ตะลอนกินของอร่อย ๆ สุดแสนจะชิลไปกับตลาดใกล้กรุง

ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เลยก็คือการมาเดินตลาดหาของกินอร่อย ๆ นี่ล่ะ เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของไทยที่มีมานาน การเดินหาของกินในตลาดนอกจากจะราคาไม่แพง ประหยัดแล้วรสชาติยังอร่อยอีกต่างหาก มีทั้งของกินของช้อปให้เลือกสรรมากมาย ลองมาดูกันว่ามีตลาดไหนบ้างที่คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อนแต่น่าไปเดินเล่นและไปหาของกินอร่อย ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้

                ตลาดน้ำสะพานโค้ง สุพรรณบุรี

                ความพิเศษของตลาดที่นี่คือการเดินชมข้าวของและหาของอร่อย ๆ ไปบนสะพานไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำและมีร้านค้าบนเรือขนาบข้างซ้ายขวา ได้บรรยากาศของตลาดน้ำมาก ๆ อาจจะต้องระมัดระวังเดินตกน้ำบ้าง แต่ก็ถือว่าน่าไปเดินมากเลยทีเดียว นอกจากนี้สะพานยังเชื่อมไปยังวัดทองประดิษฐ์ สามารถเข้าไปทำบุญ ไหว้พระ และยังเชื่อมกับจุดชมวิวที่รูปทรงเหมือนสุ่มปลาขนาดยักษ์ เอาไว้ให้ขึ้นไปชมวิว ถ่ายรูปเล่นได้อีกด้วย

                ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง นครปฐม

                ตลาดแห่งนี้อยู่ที่บางเลน นครปฐมนี่เอง ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก เป็นตลาดที่เต็มไปด้วยของกิน ของฝากมากมายโดยตัวตลาดจะตั้งอยู่ริมน้ำและมีที่นั่งสำหรับชมวิวที่รายล้อมไปด้วยบึงบัวมากมาย ใครที่แวะไปเดินเล่นก็ยังสามารถลงเรือเพื่อชมบัวแดงใกล้ ๆ ได้ด้วยนะ แนะนำว่าควรไปเช้า ๆ จะได้ไม่เจอกับอากาศที่ร้อนมากนัก และจะได้ชมบัวแดงพันธุ์ดั้งเดิมบานสวย ก่อนที่จะหุบในช่วงสาย การเดินทางก็ไม่ยากถือว่าใกล้กรุงเทพมาก ๆ ต้องลองไปเที่ยวดูสักครั้ง

                ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน สิงห์บุรี

                ขึ้นชื่อว่าตลาดย้อนยุค แน่นอนว่าชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้า ที่มาขายของต่างก็แต่งตัวย้อนยุคราวกับว่าอยู่ในช่วงสมัยก่อน และยังจัดแต่งร้านให้ดูพื้นบ้านคล้ายกับยุคโบราณอีกด้วย ที่นี่เต็มไปด้วยของกินหายากและอาหารท้องถิ่นมากมายให้ได้เลือกรับประทานกัน หากใครอยากกลมกลืนไปกับสถานที่ ที่นี่ก็มีชุดไทยให้เช่าด้วยนะ และเนื่องจากตลาดนี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดโพธิ์เก้าต้น นอกจากมาเดินเล่นเพลิดเพลินแล้วก็ยังสามารถทำบุญ ไหว้พระได้ในที่เดียว

                ตลาดน้ำวัดโตนด นนทบุรี

                ตลาดที่นี่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีพื้นที่ค้าขาย และยังมีสินค้าที่เป็นผลิตผลจากทางเกษตรวางขายอีกด้วย การมาเที่ยวที่นี่ก็เท่ากับว่าได้สัมผัสชีวิตริมคลองอ้อมนนท์และยังได้ช่วยส่งเสริมให้คนในพื้นที่มีรายได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางทำกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชนทั้งการทอดผ้าป่ากลางน้ำ และมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวล่องเรือเที่ยวชมคลองอีก

                หากวันหยุดนี้ใครไม่รู้จะไปไหน เบื่อเดินห้างแล้วก็ลองไปเดินตลาดเหล่านี้ดู จะได้บรรยากาศสบาย ๆ ผ่อนคลายใจ และยังได้ทานของกินอร่อย ๆ พร้อมกับชมวิถีชีวิตคนในชุมชนอีกด้วยนะ

ช่วงวันหยุดหนาว ๆ มาชวนกันขึ้นเขาดูดาว เช้ามาดูหมอกกันเถอะ

เมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวทีไร ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสำหรับคนไทยที่เจอหน้าร้อนมาเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดสำหรับอากาศเย็น ๆ ก็ต้องเป็นการไปกางเต็นท์นอนดูดาวบนยอดเขาสิ นอกจากจะได้สัมผัสอากาศหนาว ๆ ท่ามกลางธรรมชาติแล้วยังได้นอนมองดาวสวย ๆ ชมทะเลหมอกยามเช้าอีก ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นไปเที่ยวที่ไหนกันละก็ลองมาดูกันว่ามีพื้นที่สวย ๆ ที่ไหนบ้างที่เหมาะสำหรับการไปนอนชมดาวตลอดทั้งคืน

                ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

                คงไม่มีใครไม่รู้จักปางอุ๋ง ดินแดนที่อยู่ระหว่างชายแดนไทยและพม่า และถือเป็น 1 ในโครงการพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 ด้วย เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวจะเป็นช่วงที่สวยงามเป็นพิเศษ แนะนำให้นอนกางเต็นท์ใต้ต้นสนใกล้อ่างเก็บน้ำ พอตกดึกจะได้วิวที่สวยงามเห็นดาวเต็มท้องฟ้าแบบที่ไม่ได้เห็นในเมืองกรุงแน่นอน ตื่นมาก็จะได้พบเจอกับวิวหมอกประกอบกับทิวเขายามเช้าและอากาศเย็น ๆ สุดแสนจะสดชื่น และยังได้ชื่อว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยอีก แต่ต้องจองเต็นท์ล่วงหน้านะ ไม่อย่างนั้นจะพลาดที่พักได้เพราะเขามีการจำกัดคนพักระหว่างคืนด้วยนะ

                ดอยหลวงเชียงดาว เชียงใหม่

                ด้วยความสูงกว่า 2,225 เมตรของที่นี่ ตอนกลางคืนคุณจะได้เห็นดาวมากมายเต็มท้องฟ้าราวกับทะเลดาว และยามเช้าก็มีทะเลหมอกกับอากาศหนาว ๆ รอให้คุณตื่นมาพบอีก บรรยายเท่าไรคงไม่พอเท่ากับการไปเห็นเอง ซึ่งนอกจากมานอนชมดาว ณ ดอยหลวงเชียงดาวแล้ว ที่นี่ก็ยังมีพืชพันธุ์ต้นไม้ที่สวยงาม รวมถึงมีนกมากมายหลายชนิดที่ดึงดูดนักส่องนกให้มาเที่ยวที่นี่ ที่สำคัญคือยังมีกวางผาอยู่อีกด้วย หากบังเอิญโชคดีก็อาจจะได้ใกล้ชิดกับสัตว์ธรรมชาติเหล่านี้โดยเที่ยวได้ตั้งแต่ช่วงพฤศจิกายน – มีนาคม

                อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เชียงใหม่

                เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้เลย เพราะที่นี่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงสูดของประเทศไทยด้วยความสูง 2,457 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถูกรายล้อมไปด้วยดอกพญาเสือโคร่งสีชมพูหรือที่ถูกเรียกว่าซากุระเมืองไทย และยังมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี แต่ถ้ามาช่วงหน้าหนาวนอกจากจะเห็นดาวชัด ๆ ในยามค่ำคืนแล้ว ตอนเช้ายังเห็นทะเลหมอกหนาปกคลุมและอาจก่อให้เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งได้อีกด้วย นอกจากนี้ในแต่ละปีก็จะมีการจัดกิจกรรมค่ายดูดาวสำหรับเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกมาใช้กล้องโทรทรรศน์ดูดาวอีกด้วย

                หากอยากหลีกหนีจากเมืองกรุง ลองหาวันหยุดสัก 2-3 วันไปนอนชมดาวพร้อมกับคนสำคัญ ไปสัมผัสอากาศเย็น ๆ ได้อยู่แบบไม่ต้องคิดอะไรมากมายก็ทำให้ร่างกายได้ชาร์จแบตได้อย่างเต็มที่ พร้อมกลับไปลุยงานต่อแล้ว แต่อย่าลืมว่าเมื่อไปเที่ยวธรรมชาติก็ต้องรักษาความสะอาด ทำตามกฎ เพื่อให้สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามพร้อมต้อนรับเรากลับไปเสมอ

สถานที่ล่องแก่งผจญภัยในหน้าฝน เอาไว้ตะลุยไปกับแก๊งค์เพื่อนที่รู้ใจ

สำหรับใครที่เบื่อการท่องเที่ยวแบบทั่วไป หรือเดินเล่นห้างจนเบื่อแล้ว ลองไปเที่ยวสถานที่สนุก ๆ และน่าตื่นเต้นระทึกใจดูบ้างสิ จะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ทริปที่สร้างความตื่นเต้นได้คงหนีไม่พ้นที่ท่องเที่ยวที่มีกิจกรรม adventure อย่างเช่นการล่องแก่งนั่นเอง ลองชวนเพื่อนสนิทเป็นกลุ่มไปเที่ยวด้วยกันดูสิจะรู้เลยว่ามันสนุกขนาดไหน  หากยังเลือกไม่ถูกว่าจะไปที่ไหนลองมาดูสถานที่ที่เราคัดสรรมาให้แล้ว

                ล่องแก่งหินเพิง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

                พูดถึงล่องแก่งละก็ขาดแก่งหินเพิงไปไม่ได้เลย ด้วยความที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรีนั้นอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ทำให้เดินทางไม่เท่าไรก็ถึงที่หมายแล้ว ช่วงสำคัญเลยที่จะเริ่มล่องแก่งได้คือหลังฝนตกในช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน โดยกิจกรรมล่องแก่งหินเพิงจะจัดบริเวณปลายสุดของลำธารในระยะ 3-4 กิโลเมตร โดยจะผ่านแก่งต่าง ๆ ถึง 7 แห่งด้วยกัน โดยจะผ่านแก่งเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่กระแสน้ำที่ไม่รุนแรงมาก จนถึงบริเวณน้ำเชี่ยว น้ำม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น และจบที่กระแสน้ำเรียบปกติ รับรองว่าความสนุกไม่แพ้ที่อื่นแน่นอน

                ล่องแก่งแม่เรวา อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

                ลำห้วยแม่เรวา จังหวัดนครสวรรค์ ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะสำหรับการล่องแก่ง โดยเป็นพื้นที่ที่มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี มีแก่งที่ต่างระดับกันหลาย ๆ จุด ทำให้สามารถล่องแก่งเรือยาง หรือจะพายเรือคายัคก็ได้ แต่ถ้าเป็นช่วงน้ำน้อยอย่างพฤศจิกายน – สิงหาคม ก็จะล่องได้แค่เรือคายัคเท่านั้นนะ ก่อนไปลองเช็คช่วงเวลาให้ดีก่อนจะได้ไม่พลาดการล่องแก่ง โดยระหว่างล่องแก่งที่นี่ก็จะมีจุดชมวิวอยู่รอบซ้ายขวาและยังมีทะเลหมอกอีกด้วย นอกจากจะได้ผจญภัยแล้วยังได้เจอวิวสวย ๆ อีก ถือว่าเป็นทริปที่คุ้มค่าเลยล่ะ

                ล่องแก่ง ณ แก่งกึ๊ด เชียงใหม่

                แก่งของทางเหนืออย่างเชียงใหม่ก็น่าลองไปไม่แพ้กัน ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับมือใหม่คือช่วงมกราคม – มีนาคม หรือช่วงมิถุนายน เพราะนอกจากนี้อาจจะยากเกินไปสำหรับผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญการล่องแก่งเนื่องจากมีกระแสน้ำหลากทำให้ควบคุมยากกว่าปกติ โดยจะเป็นการล่องแก่งผ่านโขดหินไปถึง 2 กิโลเมตร แบ่งเป็นการล่องแก่งถึง 3 ช่วงก่อนจะถึงจุดหมาย โดยจะค่อย ๆ ไล่ระดับความยากและต้องอาศัยเพื่อนที่ไปด้วยช่วยกันให้เป็นทีมเวิร์คมากที่สุด รับรองว่าที่นี่ก็สนุกไม่แพ้แก่งที่อื่นเลยล่ะ

                หากใครที่กลัวอันตรายหรือไม่กล้าล่องแก่ง แนะนำว่าให้เลือกช่วงจังหวะของเดือนที่ปลอดภัยที่สุด ฝนไม่ตกหนักหรือน้ำหลากจนเกินไป และเลือกแก่งที่ไม่ยากมากสำหรับมือใหม่ โดยปกติแล้วการล่องแก่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ตลอด ลองทิ้งความกลัวและเริ่มออกไปผจญภัยสิ่งใหม่ ๆ ดูแล้วจะรู้ว่ามันมีความสนุกอีกหลายแบบที่รอคุณอยู่

เที่ยวใกล้กรุง ตะลอนอยุธยาเมืองเก่า

เมืองเก่าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคงไม่พ้นอยุธยากรุงเก่าที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์มายาวนาน อยุธยาเป็นสถานที่ที่ประกอบไปด้วยวัฒนธรรมมีทั้งวัด ตลาด พระราชวัง และชุมชนที่ยังคงอาศัยอยู่ร่วมกับสถาปัตยกรรมเมืองเก่า หากใครอยากหาที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจใน 1 วันชิล ๆ แบบไปเช้าเย็นกลับ ก็ไม่ควรพลาดการมาเที่ยวอยุธยานะ ลองมาดูกันว่ามีที่เที่ยวที่ไหนบ้างที่มาเมืองเก่าแบบนี้แล้วต้องไปสักครั้ง

                วัดใหญ่ชัยมงคล

                ไม่ว่าใครมาเที่ยวอยุธยาก็ต้องแวะมาไหว้พระเจดีย์ชัยมงคลแห่งนี้ เพราะถือเป็นวัดเก่าแก่มายาวนานมากที่สุดของจังหวัดอยุธยา และยังมีสถาปัตยกรรมโบราณที่ตั้งอยู่รอบ ๆ วัด ให้ได้เดินชมความสวยงามอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีคลองเล็ก ๆ ที่เป็นที่อยู่ของเต่าและปลา โดยสามารถให้อาหารสัตว์ได้ และยังมีพื้นที่สำหรับคนที่ต้องการมาปฏิบัติธรรมด้วยนะ หากใครต้องการพื้นที่สงบสำหรับพักผ่อนจิตใจจากความวุ่นวาย วัดใหญ่ชัยมงคลก็ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสมเลยล่ะ

                พระราชวังบางประอิน

                ในอดีตพระราชวังบางประอินเป็นสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาโดยปัจจุบันนั้นยังคงเป็นสถานที่แปรพระราชฐานของราชวงศ์ แต่เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ โดยมีสถาปัตยกรรมที่หลากหลายทั้งไทย จีน ตะวันตกอยู่ในราชวัง และยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสิ่งของ เรื่องราวความเป็นมาในอดีตทั้งอนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ รับรองว่าเดินชมอย่างเพลิดเพลินแน่นอน แนะนำว่าควรแต่งกายสุภาพไปเข้าชมนะ แต่หากใครใส่ขาสั้นไป ก็มีผ้าถุงให้ยืมอีกด้วย

                วัดนิเวศธรรมประวัติ

                ถัดไปไม่ไกลจากพระราชวังบางประอินจะพบกับสถาปัตยกรรมโกธิคแบบตะวันตกที่ถูกสร้างเป็นวัดสำหรับบำเพ็ญราชกุศล โดยตัววัดนั้นตั้งอยู่เกาะกลางน้ำ จะใช้วิธีขึ้นกระเช้าไฟฟ้าข้ามฝั่งแม่น้ำเพื่อไปถึงตัววัด ซึ่งแม้แต่ตัวกระเช้าก็ยังมีการออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศไทย ๆ ภายในวัดก็จะประกอบไปด้วยพระอุโบสถ หอพระ พระบรมรูป และสุสานสวนหิน สามารถเดินชมความงามเพลิน ๆ และยังเหมาะกับการถ่ายรูปสวย ๆ อีกด้วย บอกเลยว่าสวยทุกมุมจริง ๆ

                พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์

                ทุกคนเคยผ่านวัยเด็กกันมาทั้งนั้น ของเล่นบางอย่างก็หาไม่ได้แล้วในยุคนี้ พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นนี้เป็นแหล่งสะสมจัดแสดงของเล่นเก่า ๆ โบราณไว้มากมาย โดยมีการพยายามสะสมรวบรวมสิ่งของที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์ โดยอาจารย์เกริกผู้ก่อตั้งได้ใช้เวลาสะสมถึง 20 ปีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาดินเผา ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องเงิน วิทยุโบราณ ของเล่นเก่า ๆ อย่างตุ๊กตาไขลาน หุ่นยนต์สังกะสีและอีกมากมาย เป็นการได้มาย้อนวัยและยังทำให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักของเล่นเก่า ๆ อีกด้วยนะ

                อยุธยาเมืองเก่ายังคงเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ และมีความสงบซ่อนอยู่ในเมืองนี้ หากอยากพักผ่อนและหาทริปสั้น ๆ ก็แนะนำว่าต้องลองมาอยุธยาดู เดินทางง่ายใกล้กรุงเทพ และยังเป็นเมืองที่น่าสนใจมากอีกด้วย

สัมผัสวิถีชีวิตไทย ไปเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์มายาวนาน แต่ละพื้นที่ก็ประกอบไปด้วยเรื่องราวของแต่ละพื้นที่นั้น ๆ เรียกได้ว่าแต่ละภาคก็จะมีวัฒนธรรมบอกเล่าที่แตกต่างกันไป หากอยากเรียนรู้เรื่องราวในอดีตหรือชีวิตพื้นบ้านของคนไทย ลองมาดูกันว่ามีที่ไหนบ้างที่มีวิถีชุมชนและวัฒนธรรมให้คุณได้สัมผัส

                บ้านเชียง อุดรธานี

                หลายคนคงเคยได้ยินชื่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ที่นี่เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีการแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตในสมัยก่อนทั้งรูปปั้น ร่องรอยวัฒนธรรม เครื่องมือดำรงชีวิตต่าง ๆ โดยนับว่าเป็นสถานท่องเที่ยวโบราณคดีที่สำคัญของไทยซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย แถมค่าเข้าสำหรับคนไทยก็ไม่แพงเพียง 30 บาทเท่านั้นเอง

                บ้านห้วยฮ่อม เชียงใหม่

                ชุมชนในบ้านห้วยฮ่อมเป็นชุมชนของชาวเขาชาวปกาเกอะญอที่อาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยยังใช้ชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน ความเป็นอยู่ และประเพณีแบบดั้งเดิม ถ้ามาเที่ยวที่นี่ก็จะได้ลองใช้ชีวิตแบบชาวบ้าน ศึกษาการทำนาขั้นบันได การทำแปลงผักโครงการหลวง และยังได้ชมกระบวนการทอผ้าอีกด้วย หากใครอยากลองหลบจากความวุ่นวายเมืองกรุงไปใช้ชีวิตสงบแบบง่าย ๆ ลองไปเที่ยวที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

                ย่านนางเลิ้ง กรุงเทพมหานคร

                ในกรุงเทพเมืองหลวงของเราก็มีแหล่งชุมชนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวัฒนธรรมซุกซ่อนอยู่กลางกรุงย่านนางเลิ้ง ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ปัจจุบันมีการอนุรักษ์การแสดงละครชาตรีเอาไว้ในชุมชน มีโรงภาพยนตร์เฉลิมธานี เพื่อให้ชมภาพยนตร์โบราณ รวมถึงยังมีแหล่งเรียนรู้นาฏศิลป์คงอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย เพื่อต้องการที่จะถ่ายทอดศิลปะไทยให้แก่คนรุ่นใหม่ต่อไป นอกจากจะได้เดินชมวัด ดูชุมชน ศึกษาวัฒนธรรมแล้วก็ยังเป็นแหล่งที่รวมของกินอร่อย ๆ เอาไว้อีกมากมาย ใครอยู่กรุงเทพต้องลองไปเดินเที่ยวดูสักวัน จะพบกับความเป็นไทยโบราณที่ตั้งอยู่กลางกรุงกันเลย

                ชุมชนอ่าวคราม ชุมพร

                บ้านอ่าวครามเป็นชุมชนของชาวประมงพื้นบ้านที่อยู่ริมทะเลของอำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยคนในชุมชนต่างใช้เรือหางยาวเป็นพาหนะเพื่อออกไปวางอวนบามปลา หมึก กุ้ง โดยเป็นสิ่งที่ทำกันมานานตั้งแต่บรรพบุรุษผ่านมาเป็นร้อยกว่าปีแล้ว โดยการใช้วิธีบามในการหาอาหารช่วยให้ไม่ทำลายระบบนิเวศทางทะเลและยังรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้ดี ทำให้ที่แห่งนี้มีลักษณะพิเศษที่ทำให้นักท่องเที่ยวสนใจวิถีการดำเนินชีวิตอย่างมาก หากมาเที่ยวที่นี่ก็จะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งการอยู่อาศัยแบบชาวเลและยังได้ลองจับสัตว์ทะเลด้วยตัวเองอีกด้วย

                บ้านไทลื้อ ท่าวังผา น่าน

                เฮือนไทลื้อมะเก่า หรือบ้านไทลื้อจำลอง ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับรวบรวมข้อมูลการทอผ้าพื้นเมือง ผ้าทอลายน้ำไหล และลายลื้อ ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวไทลื้อซึ่งเป็นชาวจีนที่อพยพมาอยู่ในไทย นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในอดีตและวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ มีการสาธิตการทอผ้าที่มีลวดลายสวยงามเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย

                ในเมืองไทยของเรายังมีแหล่งวัฒนธรรมอีกมากมายที่รอให้เข้าไปค้นหาและศึกษาถึงความเป็นมาของบรรพบุรุษ หากนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหนก็ขอแนะนำให้การเที่ยวเชิงศึกษาวัฒนธรรมเป็นทางเลือกที่คุณไม่ควรพลาดลองไปเที่ยวชม

เที่ยวไปกับธรรมชาติเมืองไทย ไปไหนไปกัน

ประเทศไทยนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสวยและมีธรรมชาติที่งดงาม มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายในประเทศไทย และที่ห้ามพลาดเลยก็คือธรรมชาติในไทยซึ่งมีความหลากหลายไปด้วยทะเล แม่น้ำ ภูเขา ป่าไม้ เรียกได้ว่าเที่ยวที่ไทยจะได้เที่ยวทุกรูปแบบ ลองมาดูกันว่ามีสถานท่องเที่ยวที่ไหนบ้างที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ และพร้อมสำหรับการไปพักผ่อนหย่อนใจจากเมืองกรุง

                อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์

                ด้วยความที่เป็นเทือกเขาที่อยู่ระหว่างพรมแดนของไทยและพม่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจึงมีพื้นที่ถึง 969 ตารางกิโลเมตร หรือ 605,625 ไร่เลยทีเดียว ถือเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของประจวบคีรีขันธ์ และยังเป็นป่าอนุรักษ์ที่ค่อนข้างมีความหลากหลายรวมถึงมีสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะกับการมาเที่ยวชมเส้นทางธรรมชาติและชมสัตว์ป่าอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีน้ำตกหลายแห่งในบริเวณนั้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกผาสวรรค์ น้ำตกผาหมาหอน และน้ำตกด่านมะค่า และยังมีเต็นท์สำหรับนอนกลางป่าแบบใกล้ชิดกับธรรมชาติสุด ๆ จะไปกับเพื่อนหรือครอบครัวก็น่าสนุกเลยเชียวล่ะ

                เกาะขาม สัตหีบ ชลบุรี

                ลองมาดูธรรมชาติทางทะเลกันบ้าง นอกจากจะไม่ไกลกรุงมากนักแล้ว เกาะขามยังเป็นแหล่งของแนวปะการังที่สมบูรณ์อีกด้วย มีทั้งกิจกรรมดำน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำลึกหรือน้ำตื้น ว่ายน้ำชมฝูงปลาในท้องทะเลรวมถึงสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ อีกมากมาย การเดินทางไปเกาะขามนั้นจำเป็นต้องข้ามเรือไปโดยห่างจากฝั่งไปประมาณ 9 กิโลเมตร และไม่เปิดให้พักแบบค้างแรม สำหรับใครที่อยากเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับ การมาเที่ยวเกาะขามก็นับว่าเหมาะเลยทีเดียว

                ถ้ำปะการัง สุราษฎร์ธานี

                ถ้ำปะการังตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาสก ในเขื่อนรัชชประภาหรือเขื่อนเชี่ยวหลานของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี โดยในถ้ำจะมีทั้งหินงอก หินย้อย ที่แตกหน่อเล็ก ๆ คล้ายกับปะการัง จึงทำให้ที่นี่ถูกเรียกว่าถ้ำปะการัง การเดินทางไปท่องเที่ยวก็จะใช้วิธีเดินป่าตามเส้นทางธรรมชาติ 1.5 กิโลเมตร และนั่งเรือต่อไปถึงทางเข้า เดินต่ออีกไม่ไกล และนั่งแพต่ออีกสักหน่อย ก็จะถึงถ้ำปะการัง และได้เดินชมความสวยงามของหินย้อยธรรมชาติแล้ว

                ป่าชายเลนพันท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร

                นอกจากมาเที่ยวชมธรรมชาติแล้วการมาป่าชายเลนพันท้ายนรสิงห์ยังได้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและได้ศึกษาป่าชายเลนอีกด้วย การเดินทางจะเดินไปตามเส้นทางธรรมชาติที่เป็นสะพานปูน โดยรอบข้างจะมีต้นโกงกางและมีทั้งปลาตีน ปลาหมอ ปลานิล อยู่รอบคลอง นอกจากนี้ยังมีสะพานแขวนสำหรับข้ามคลองไปอีกด้วย ที่สำคัญ ยังสามารถทำกิจกรรมปลูกป่าเพื่อเป็นการอนุรักษ์ได้ด้วยนะ เรียกได้ว่าเป็นการมาเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วย

                มีสถานที่ธรรมชาติในไทยอีกมากมายที่รอให้คุณไปเที่ยวชม สัมผัสกับความสวยงาม ลองเลือกสถานที่ที่คุณชอบแล้วเริ่มเดินทางกันได้เลย

หน้าฝนใครบอกว่าเที่ยวไม่ได้? 5 สถานที่เที่ยวธรรมชาติฉ่ำๆ

ช่วงหน้าฝนแบบนี้หลายคนอาจจะเบื่อหน่ายกับความเฉอะแฉะ และที่สำคัญจะออกไปไหนมาไหนก็ลำบากทำให้ไม่อยากออกจากบ้าน แต่รู้ไหมว่าหน้าฝนแบบนี้ก็เป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่มีสถานที่ที่เหมาะสมกับการไปเที่ยวอยู่ด้วยนะ ฝนฉ่ำ ๆ อากาศเย็นสบาย แน่นอนว่าก็ต้องเป็นสถานที่ธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าสิ ลองมาดูกันว่ามีที่ไหนบ้าง

                1. ป่าในกรุง

                เริ่มจากสถานที่ใกล้ ๆ กรุงเทพก่อนเลย จะบอกว่าที่นี่นอกจากจะไม่ไกลแล้วยังเต็มไปด้วยต้นไม้ ธรรมชาติ สมชื่อป่าในกรุง ที่ตั้งอยู่กลางเมืองจริงๆ! มีทั้งส่วนของ Sky walk ที่ไล่ระดับความสูงเพื่อเดินชมป่ารอบ ๆ ด้านแล้ว ยังมีหอชมวิวที่สูงถึง 23 เมตรเพื่อชมป่าอีก ซึ่งนอกจากไปเดินชมพื้นที่สีเขียวเพลิน ๆ แล้วก็ยังมีพื้นที่ที่เป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกป่าอีกด้วย ไปเที่ยวทั้งทีได้ทั้งการพักผ่อนใจแถมยังได้ความรู้ติดมือกลับบ้านด้วยนะ

                2. เขากระโจม ราชบุรี

                เขยิบไปหน่อยทางภาคตะวันตกและยังไม่ไกลกรุงเทพมากนัก ก็มีที่เขากระโจมนี่แหละที่น่าไป ตัวเขากระโจมอยู่ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งความสูงของมันทำให้เรามองเห็นทะเลหมอกได้อย่างสวยงาม ยิ่งไปเวลาเช้ามืดรับรองว่าต้องถูกใจแน่นอนกับความงามที่ได้เห็น หากไม่อยากพลาดทะเลหมอกแนะนำให้ไปช่วงปลายฝนต้นหนาว และที่สำคัญคือการได้มองวิวที่เห็นได้ทั้งประเทศไทยและพม่า แค่นี้ก็คุ้มแล้วจริงๆ

                3. ทุ่งดอกกระเจียว ชัยภูมิ

                ตัวทุ่งดอกกระเจียวอยู่ที่เขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม โดยในช่วงฤดูฝนจะเป็นช่วงที่ดอกกระเจียวเบ่งบานมากที่สุดทำให้เกิดภาพผืนป่าสีเขียวที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูละลานตา หากไปหลังฝนตกจะได้เห็นหมอกลงกลางสวน เหมาะแก่การถ่ายรูปและชื่นชมธรรมชาติอันสวยงาม นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการให้ความรู้ในเรื่องของทุ่งดอกกระเจียวอีกด้วย

                4. น้ำตกไทรโยค กาญจนบุรี

                น้ำตกไทรโยคเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ควรไปเยือนสักครั้ง เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้กับตัวเมืองกาญจนบุรีที่สุดด้วยระยะทาง 60 กม. ช่วงที่น้ำเยอะและเหมาะกับการเล่นน้ำก็ต้องเป็นช่วงหน้าฝนแบบนี้แหละ โดยเราสามารถเล่นน้ำได้ตามทางที่อุทยานฯ จัดเอาไว้ และด้วยความที่แอ่งน้ำสำหรับเล่นน้ำไม่ได้มีความลึกมาก หากมีลูกหลานก็สามารถให้เล่นน้ำได้ ถือเป็นการพักผ่อนทั้งเล่นน้ำและชมต้นไม้เขียวชอุ่มไปในตัว

                5. เกาะล้าน พัทยา

                หน้าฝนแบบนี้บางคนไม่อยากไปเที่ยวทะเล แต่รู้ไหมว่ามีทะเลที่เหมาะกับการเที่ยวในช่วงนี้โดยการหลีกเลี่ยงทางฝั่งทะเลอันดามัน มาเที่ยวฝั่งอ่าวไทย เช่น เกาะล้านนั่นเอง และที่สำคัญไม่ไกลกรุงเทพอีกแล้ว การเดินทางต้องข้ามเรือจากตัวเมืองพัทยา แต่เมื่อมาถึงตัวเกาะล้านแล้ว การได้เช่ามอเตอร์ไซค์ขับวนชมรอบเกาะเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลย จะได้ชมวิถีชีวิต ชมวิวทะเลรอบทาง และยังมีสถานที่มากมายทั้งหาดตาแหวน หาดสังวาล บอกเลยว่าไปเกาะเดียว เที่ยวคุ้ม!

                จะเห็นว่าหน้าฝนไม่จำเป็นต้องอยู่แต่บ้านเสมอไป มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายแนวให้ไปเที่ยวตามกันได้ แต่ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมตัวและระมัดระวังอยู่เสมอ รับรองว่าเที่ยวสนุกแน่นอน

เที่ยวแบบคนรักธรรมชาติสายหวาน ตามรอยดอกไม้ที่ผลิบานจากนวนิยายและวรรณคดี

ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงรักการอ่านแล้วล่ะก็การได้ท่องเที่ยวตามนวนิยายที่ชอบหรือวรรณคดีเรื่องดังโดยเฉพาะการที่รอบตัวถูกรายล้อมไปด้วยดอกไม้แสนสวย อาจทำให้คุณดั่งตกอยู่ในห้วงแห่งฝันและดั่งได้เข้าไปสัมผัสฉากสำคัญต่าง ๆ ในเรื่องราวที่คุณได้อ่านมา

สถานที่รวมดอกไม้จากนวนิยายและวรรณคดีน่าประทับใจ

ดอกพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) ดอกไม้สีชมพูกลีบบางที่จะเบ่งบานในช่วงเดือนมกราคม- กุมภาพันธ์ ดอกไม้ต้นแบบของดงชมพูป่าพยานรักของเจ้าน้อยและแม้นเมืองจาก นวนิยายอมตะอย่างรากนครา ซึ่งคุณสามารถไปเที่ยวชมดอกพญาเสือโคร่งแสนอ่อนหวานนี้ได้จากสถานที่หลายแห่ง ได้แก่ ขุนช่างเคี่ยน จ.เชียงใหม่, ดอยแม่ตะมาน หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน จ.เชียงใหม่, ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง ) จ.เชียงใหม่, สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน จ.น่าน และภูลมโล จ.เลย

ดอกสุพรรณิการ์ (ดอกฝ้ายคำ) ดอกไม้สีเหลืองสดกลีบดอกงุ้มเข้าหากันรวมตัวเป็นพุ่มสีเหลืองสดใสเต็มต้น ดอกไม้แสนสวยในนิราศธารทองแดง ในเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) โดยดอกสุพรรณิการ์จะเบ่งบานหลังจากต้นไม้ผลัดใบร่วงจนหมดในราวเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ซึ่งคุณสามารถชมความสวยงามของพุ่มดอกสุพรรณิการ์ง่าย ๆ ได้จากถนนดอกสุพรรณิการ์ จ.นครนายก

ดอกราชพฤกษ์ (ดอกคูณ) ดอกไม้สีเหลืองอ่อนไปจนเหลืองสดทิ้งตัวบานระย้าสวยงามชื่นตาจากนิราศธารทองแดง ในเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ (เจ้าฟ้ากุ้ง) โดยดอกราชพฤกษ์จะเบ่งบานในหน้าร้อนช่วงเดือนเมษายน ซึ่งคุณสามารถไปชมความงามได้ที่ถนนสายดอกคูณ จ.ขอนแก่น ซึ่งจะมีดอกราชพฤกษ์เรียงรายริมถนนหลายสายในจังหวัดขอนแก่น เช่น บริเวณมหาวิทยาลัยขอนแก่น หน้าศูนย์ราชการจังหวัด ถนนกัลปพฤกษ์ และสวยดอกคูริมบึงแก่นนคร

ดอกกระเจียว (ดอกบัวสวรรค์) ดอกไม้สีม่วงอ่อนอมชมพูสวยบอบบางในม่านหมอกที่สวยราวกับฉากหลังของเมืองในจินตนาการจากนวนิยายแฟนตาซีโรแมนติกชวนฝันอย่างดั่งดวงหฤทัย โดยคุณสามารถพาตัวเองไปเที่ยวชมความงามชวนฝันนี้ได้ในช่วงเริ่มเข้าฤดูฝนปลายเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมที่ ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และ อุทยานแห่งชาติไทรทอง จ.ชัยภูมิ

ดอกไม้ป่า ภาพดอกไม้ดอกเล็ก ๆ นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจออกดอกบานสะพรั่งพร้อม ๆ กันในช่วงปลายฤดูฝนอย่างเดือนตุลาคม เป็นอีกหนึ่งฉากอันสวยงามในนวนิยายเรื่อง ลี้ภัยในเมืองแปลก ชุดนวนิยายสำหรับเยาวชนรางวัลแว่นแก้ว โดยคุณสามารถไปเที่ยวชมดอกไม้ป่าได้ที่ ทุ่งดอกไม้ป่า อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ซึ่งคุณจะได้พบกับดอกไม้นานาพันธุ์ อาทิเช่น หญ้าข้าวก่ำน้อย กระดุมเงิน กระดุมทอง หญ้าหนวดเสือ หญ้าฝอยเล็ก โคลงเคลง หงอนนาค แดงอุบล เอื้องเหลืองพิศมร และช้างน้าว

ดอกบัว ดอกไม้สุดคลาสสิคที่เติบโตและเบ่งบานบนผืนน้ำที่คุณคุ้นตาเป็นอย่างดี แต่หากคุณได้ลองสัมผัสความงามของดอกบัวแดง-บัวชมพูสุดโดดเด่นที่เบ่งบานแน่นขนัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์แล้วละก็ คุณจะต้องตกตะลึงในความสวยงามจากดอกไม้สุดคลาสสิคนี้ ดั่งที่นักประพันธ์หลายท่านได้สอดแทรกไปในนวนิยายและวรรณคดีหลายเรื่องตัวอย่างเช่น ขุนช้างขุนแผน ซึ่งเราสามารถชมความงามของดอกบัวแดง-บัวชมพูนี้ได้ที่ ทะเลบัวแดง-บัวชมพู จ.อุดรธานีและวังบัวชมพู จ.หนองคาย

ชื่นตาชื่นใจอย่าเผลอไปทำร้ายความงดงาม

                หากคุณได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวชมดอกไม้งามชวนให้คุณชื่นตาชื่นใจแล้วละก็ อย่าเผลอไปเหยียบย่ำทำลายหรือเด็ดดอกไม้สวย ๆ จากที่ที่ควรอยู่เพียงเพราะอยากได้ภาพสวย ๆ เพียงอย่างเดียว เพราะคุณอาจเผลอไปทำร้ายและทำลายความงดงามตามธรรมชาติได้ เพื่อที่คุณจะได้มีสถานที่สวย ๆ ไว้ให้ชื่นชมไปอีกนาน ๆ

เที่ยวตลาดน้ำในไทย สัมผัสบรรยากาศแบบพื้นบ้าน

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในไทยแล้ว ตลาดน้ำก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้เลย โดยวันนี้เราก็ได้รวบรวมตลาดน้ำที่น่าสนใจและควรไปเที่ยวดูสักครั้งมาแนะนำกันด้วย จะมีที่ไหนบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

1.ตลาดน้ำอัมพวา

ตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงและโด่งดังมากในจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวกันอย่างแพร่หลาย โดยที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศพื้นบ้าน วิถีชีวิตแบบชาวบ้านริมน้ำ ทั้งยังมีอาหารพื้นบ้านสุดอร่อยให้ได้ลิ้มลองกันอย่างมากมาย ยิ่งหากมาเที่ยวในยามค่ำคืนด้วยแล้ว ก็จะมีบริการล่องเรือชมหิ่งห้อยอีกด้วย

2.ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง

ตลาดน้ำที่จะพาคุณไปสัมผัสกับบรรยากาศแบบชิล ๆ และเสน่ห์น่าหลงใหลที่จะทำให้คุณติดใจ โดยที่นี่นอกจากจะมีอาหารคาวหวาน และสินค้ามากมายให้ได้จับจ่ายใช้สอยกันอย่างเพลิดเพลินแล้ว ก็มีเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยให้คุณได้นั่งทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกอีกด้วย ซึ่งตลาดน้ำบางน้ำผึ้งก็ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการนั่นเอง ใครที่ผ่านมาทางนี้ก็ลองแวะมาเที่ยวกันดู

3.ตลาดน้ำทุ่งบัวแดง

อยากชมทุ่งดอกบัวสีแดงที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสบายตา ก็ต้องแวะมาที่ตลาดน้ำทุ่งบัวแดงกันเลย ซึ่งต้องบอกเลยว่าที่นี่บรรยากาศดีมาก เหมาะกับการพาครอบครัวหรือคนรักมานั่งทานอาหารแบบชิล ๆ ที่สุด หรือจะมานั่งเล่น หยิบมือถือมาแทงบอล VWIN ก็ได้เหมือนกัน และอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดที่จะพลาดไม่ได้เลยเมื่อมาเที่ยวตลาดน้ำทุ่งบัวแดงก็คือการลิ้มลองอาหารพื้นบ้านของที่นี่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น เฉาก๊วยโบราณ ไก่ย่างบางตาล หรือขนมครกชาววังและอีกมากมาย โดยขอการันตีเลยว่าอร่อยโดนใจอย่างแน่นอน

4.ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

สำหรับตลาดน้ำแห่งนี้ก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก ซึ่งใครที่เดินทางมาที่จังหวัดราชบุรี ก็ต้องแวะมาเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวกเสมอ โดยมีทั้งสินค้าของกิน ของใช้ และสินค้าหัตถกรรมให้เลือกซื้อมากมาย รวมถึงสินค้าของฝากก็มีให้เลือกกันแบบจุใจเช่นกัน โดยเฉพาะผักผลไม้ที่ต้องบอกเลยว่ามีความสดใหม่มาก เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่จะนำจากสวนมาขายโดยตรงนั่นเอง

5.ตลาดน้ำ 4 ภาคพัทยา

พัทยาเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดัง ซึ่งนอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายแล้ว ก็มีตลาดน้ำที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบพื้นบ้านให้ได้ลองไปสัมผัสกันอีกด้วย โดยตลาดน้ำ 4 ภาค จะรวบรวมของดีของเด่นจากทั้ง 4 ภาคมาขายที่นี่ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงถิ่น แถมยังมีเรือพายไว้บริการสำหรับคนที่อยากล่องเรืออีกด้วย รับรองว่าหากได้ลองแวะมาเที่ยวที่นี่ดูสักครั้งคุณจะต้องชอบ

ต้องบอกเลยว่าในประเทศไทยของเรานี้มีตลาดน้ำให้เที่ยวมากมายจริง ๆ เพราะฉะนั้นอย่าพลาดที่จะลองแวะไปเที่ยวชมกันดู แล้วคุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบบ้าน ๆ ที่จะทำให้คุณหลงใหลจนลืมไม่ลง

ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ Eco-Tourism การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่กำลังเป็นที่ตื่นตัวอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ มีหลักการสำคัญ 2 อย่าง คือต้องเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวอันเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจแบบผสมผสานเข้ากับเรื่องของการอนุรักษ์ไว้ โดยใช้ทุนธรรมชาติอย่างน้อยที่สุดเพื่อส่งเสริมความมั่นคงยั่งยืน ป้องกันความเสื่อมโทรมของธรรมชาติและความเสียหายของระบบนิเวศ คืนประโยชน์ให้กับธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่น

รู้จักกับรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้มากขึ้น

การเดินเส้นทางธรรมชาติและการกางเต็นท์นอนพักแรม โดยมากการท่องเที่ยวลักษณะนี้จะกำหนดหรือแนะนำเส้นทางไว้ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเพื่อชมธรรมชาติ เพื่อป้องกันการหลงทาง อุบัติเหตุอันตราย หรือเดินออกนอกเส้นทางไปทำลายพืชพรรณธรรมชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินตามเครื่องหมายบอกทางและศึกษาธรรมชาติผ่านป้ายแนะนำให้ความรู้ต่าง ๆ ตัวอย่างการท่องเที่ยวด้วยการเดินเส้นทางธรรมชาติก็เช่น ในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์ ป่าพรุ หรือป่าชายเลน ส่วนการกางเต็นท์นอนพักแรมมักอนุญาตให้ทำในบริเวณอุทยานแห่งชาติที่กำหนดไว้ ทำให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

การนั่งเรือแพท่องเที่ยว เป็นการท่องเที่ยวที่ค่อนข้างสบาย โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมธรรมชาติ ภูมิประเทศ หรือวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คนริมน้ำได้ง่าย ๆ โดยการท่องเที่ยวด้วยการนั่งเรือแพนี้ค่อนข้างตอบโจทย์กับการท่องเที่ยวในประเทศไทยที่มีความใกล้ชิดกับสายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำลำคลอง ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ และท้องทะเล

การขี่รถจักรยานชมภูมิประเทศ นอกจากตอบสนองต่อเทรนด์รักโลกแล้วการท่องเที่ยวลักษณะนี้ยังตอบสนองต่อเทรนด์รักสุขภาพ เพราะได้ทั้งเที่ยวและออกกำลังกายไปในเวลาเดียวกัน ทำให้เป็นที่นิยมอยากมากในปัจจุบันโดยเฉพาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวในวัยหนุ่มสาว ซึ่งการท่องเที่ยวลักษณะนี้ค่อนข้างสะดวกมากเพราะสามารถเดินทางไปได้เกือบทุกสถานที่ ที่อนุญาตให้จักรยานผ่านได้เช่น ภูเขา ริมเขื่อน เลียบทะเล หรือรอบชานเมือง

การล่องแก่ง และ การพายเรือแคนูเรือคะยัก เป็นการท่องเที่ยวแบบผจญภัยในลำน้ำ โดยนักท่องเที่ยวสามารถนั่งในเรือยางขนาดเล็กหรือบนแพไม้ไผ่ล่องไปตามลำน้ำเชี่ยวกรากและหลบหลีกแก่งหรือโขดหินที่โผล่มาขวางทาง หรือจะเลือกเรือพายขนาดเล็กที่คงทนแต่เบาไม่ล่มง่ายอย่างเรือแคนูหรือเรือคะยักก็ได้ การท่องเที่ยวลักษณะนี้สามารถทำได้ตามลำน้ำทั่วไปแต่จะท้าทายมากขึ้นกับเหล่านักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยในลำน้ำที่มีแก่งหินพาดผ่านหรือน้ำค่อนข้างเชี่ยวกราด โดยนักท่องเที่ยวควรใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

การส่องสัตว์ ดูนก เป็นการท่องเที่ยวเพื่อศึกษาความเป็นอยู่และพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ป่าและนกนานาชนิด โดยอาจใช้การมองจากกล้องส่องทางไกล หรือการส่องไฟฉายช่วงกลางคืนแล้วถ่ายภาพ ตัวอย่างการท่องเที่ยวรูปแบบนี้ก็เช่น ในอุทยานแห่งชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานนกน้ำ หรือสวนสัตว์เปิด

                การสำรวจถ้ำ น้ำตก ในประเทศไทยมีถ้ำและน้ำตกจำนวนมาก หลายแห่งได้รับการพัฒนาให้เดินทางเข้าไปสำรวจได้ง่ายขึ้น ซึ่งความสวยงามปนลึกลับของหินงอกหินย้อย เส้นทางในถ้ำและ แนวการกัดเซาะของน้ำตกและทะเลนี้เองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลงเสน่ห์การท่องเที่ยวแนวนี้

ปลุกจิตสำนึกรักษ์โลกด้วยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ผสมกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแบบเป็นมิตรต่อธรรมชาตินี้ นักท่องเที่ยวจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ทำให้การท่องเที่ยวนี้มีประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากช่วยปลุกจิตสำนึกให้เราหันมาเห็นคุณค่าและรักษาสิ่งดี ๆ ที่มีมากขึ้น ถ้าคุณไม่เชื่อลองเริ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศสักครั้งแล้วคุณจะติดใจ